2007/Sep/06

บทที่2
ระบบทางเดินอาหาร
(Digestive system)

ระบบย่อยอาหารเกี่ยวข้องกับการย่อยและการใช้ประโยชน์จากอาหารเมื่อสัตว์กินอาหารเข้าไปในร่างกายอาหารจะเคลื่อนที่ผ่านระบบทางเดินอาหาร(gastrointestinal tract หรือalimentary tract) ในขณะที่อาหารเคลื่อนที่ผ่านระบบทางเดินอาหารส่วนต่างจะเกิดการย่อยอาหาร(digestion) ทำให้โมเลกุลของอาหารมีขนาดเล็กลงจนกระทั่งสามารถดูดซึม(absorption) ผ่านเข้าระบบเลือดหรือระบบน้ำเหลืองเพื่อเข้าสู่ตับจากนั้นจึงถูกส่งไปในส่วนต่างของร่างกายเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร

การย่อยอาหารในปาก

ปากเป็นอวัยวะสำคัญเริ่มแรกสำหรับการย่อยอาหารทำหน้าที่เป็นทางเข้าอาหาร ภายในปากมีส่วนประกอบที่สำคัญคือลิ้น ฟันและต่อมน้ำลายการย่อยอาหารในปากจึงมีทั้งการย่อยเชิงกล โดยการบดเคี้ยวของฟัน และการย่อยทางเคมีโดยเอนไซม์อะไมเลส เมื่ออาหารผ่านสู่กระเพาะอาหาร เอนไซม์อะไมเลสจะไม่ทำงานเพราะในกระเพาะอาหารมีกรดไฮโดรคลอริก (อะไมเลสทำงานได้ดีในสภาพเป็นกลาง หรือกรดเล็กน้อย และอุณหภูมิร่างกาย)


ฟัน


ฟัน (Teeth) ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลง ถือว่าเป็นการย่อยเชิงกล ฟันของคนมี 2 ชุด คือฟันน้ำนม (Temporary Teeth) มี 20 ซี่ ซึ่งจะเริ่มงอกเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน และจะเริ่มหักหรือหลุดออกเมื่ออายุ 6 ปี ต่อจากนั้นจะมีฟันชุดที่ 2 คือ ฟันแท้ (Permanent Teeth) งอกขึ้นมาแทน ฟันแท้มีทั้งสิ้น 32 ซี่

ฟันแท้แบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะรูปร่างและหน้าที่คือ


1. ฟันตัด (Incisor) เป็นฟันที่อยู่หน้าสุดของปากมีทั้งหมด 8 ซี่ ข้างล่าง 4 ซี่ ข้างบน 4 ซี่
2. ฟันฉีก (Canine) หรือที่เรียกว่าเขี้ยวช่วยในการฉีกอาหารอยู่ถัดจากฟันตัดเข้าไปมีทั้งหมด 4 ซี่
3. ฟันกรามหน้า (Premolar) เป็นส่วนที่อยู่ถัดเขี้ยวเข้ามาทางด้านในทั้งข้างล่างและข้างบน ช่วยในการบดอาหารให้ละเอียดทั้งหมด 8 ซี่
4. ฟันกรามหลัง (Molar) เป็นส่วนที่อยู่ในสุดมีทั้งหมด 12 ซี่ แต่บางคนอาจมีแค่ 8 ซี่เท่านั้น

ลิ้น


ลิ้น (Tongue) เป็นกล้ามเนื้อซึ่งสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วในหลายทิศทาง ทำหน้าที่ช่วยในการกลืน ลิ้นทำหน้าที่ในการรับรสอาหาร เพราะที่ลิ้นมีปุ่มรับรส เรียกว่า Taste Bud อยู่ 4 ตำแหน่ง คือ
รสหวาน อยู่บริเวณปลายลิ้น
รสเค็ม อยู่บริเวณปลายลิ้นและข้างลิ้น
รสเปรี้ยวอยู่บริเวณข้างลิ้น
รสขม อยู่บริเวณโคนลิ้น

บริเวณของต่อมรับรสชนิดต่าง ๆ
ต่อมน้ำลาย
ต่อมน้ำลาย (Salivary Gland) เป็นต่อมมีท่อ ทำหน้าที่ผลิตน้ำลาย (Saliva) ต่อมน้ำลายของคน มีอยู่ 3 คู่คือ
1. ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual Gland) 1 คู่
2. ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรล่าง (Submandibulary Gland) 1 คู่
3. ต่อมน้ำลายข้างกกหู (Parotid Gland) 1 คู่
ต่อมน้ำลายทั้ง 3 คู่นี้ ทำหน้าที่สร้างน้ำลายที่มีน้ำย่อยอะไมเลส ซึ่งเป็นน้ำย่อยสารอาหารจำพวกแป้งอยู่ด้วย

การย่อยในปาก


เริ่มต้นจากการเคี้ยวอาหารโดยการทำงานร่วมกันของ ฟัน ลิ้น และแก้ม ซึ่งถือเป็นการย่อยเชิงกล ทำให้อาหารกลายเป็นชิ้นเล็กๆ มีพื้นที่ผิวสัมผัสกับเอนไซม์ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันต่อมน้ำลายก็จะหลั่งน้ำลายออกมาช่วยคลุกเคล้าให้อาหารเป็นก้อนลื่นสะดวกต่อการกลืน เอนไซม์ในน้ำลาย คือ ไทยาลิน หรืออะไมเลสจะย่อยแป้งในระยะเวลาสั้นๆ ในขณะที่อยู่ในช่องปากให้กลายเป็นเดกซ์ทริน (Dextrin) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลเล็กกว่าแป้ง แต่ใหญ่กว่าน้ำตาล

คอหอยและการกลืน



1. เพดานอ่อน (Solf Palate) ถูกดันยกขึ้นไปปิดช่องจมูกเพื่อไม่ให้เกิดการสำลักและไม่ให้อาหารเข้าไปในช่องจมูก
2. เส้นเลียง (Vocal Cord) ถูกดึงให้มาชิดกัน และฝาปิดกล่องเสียง (Epiglottis) จะเคลื่อนมาทางข้างหลังปิดหลอดลมเอาไว้ป้องกันไม่ให้อาหารตกเข้าสู่หลอดลม
3. กล่องเสียง (Larynx) ถูกยกขึ้นทำให้รูเปิดช่องคอมีขนาดใหญ่ขึ้น
4. กล้ามเนื้อบริเวณคอหอยหดตัวให้ก้อนอาหาร (Bolus) เคลื่อนลงไปในหลอดอาหารได้โดยไม่พลัดตกลงไปในหลอดลมหรือเคลื่อนขึ้นไปในช่องจมูก

กระเพาะอาหาร


กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อจากหลอดอาหาร อยู่บริเวณด้านบนซ้ายของช่องท้อง ถัดจากกระบังลมลงมา มีความยาวประมาณ 10 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว จึงถือว่าเป็นส่วนของทางเดินอาหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนบนสุด หรือส่วนใกล้หัวใจ (Cardiac Region หรือ Cardium) อยู่ต่อจากหลอดอาหาร มีกล้ามเนื้อหูรูด (Cardiac Sphincter)
2. ฟันดัส (Fundus) เป็นส่วนที่ 2 มีลักษณะ เป็นกระพุ้ง
3. ไพโลรัส (Pylorus) เป็นส่วนปลายที่ติดต่อกับลำไส้เล็ก เป็นส่วนที่แคบกว่าส่วนอื่นๆ ตอนปลายของกระเพาะอาหารส่วนนี้มีกล้ามเนื้อหูรูด เรียกว่า ไพโลริด สฟิงก์เตอร์ (Pyloric Sphincter) ป้องกันมิให้อาหารเคลื่อนเลยกระเพาะอาหารขณะย่อย กระเพาะอาหารมีกล้ามเนื้อหนาแข็งแรงมาก และยืดหยุ่นขยายขนาดบรรจุได้ถึง 1000-2000 ลูกบาศก์เซนติเมตร

น้ำย่อยของกระเพาะอาหาร
กระเพาะอาหารจะหลั่งน้ำย่อยออกมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 (Vagus Nerve) และฮอร์โมน Gastrin จากกระเพาะอาหารเองมากระตุ้นเอนไซม์จากผนังของกระเพาะอาหารบางชนิด เมื่อสร้างออกมาใหม่ๆ ยังทำหน้าที่ไม่ได้ (Inactive Form) จะต้องถูกกระตุ้นโดยกรดเกลือ (HCl) ในกระเพาะอาหาร ทำให้ย่อยเปลี่ยนสภาพให้พร้อมที่จะย่อยอาหารได้

การย่อยในกระเพาะอาหาร
อาหารจะถูกคลุกเคล้าอยู่ในกระเพาะด้วยการหดตัว และคลายตัวของกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของกระเพาะ โปรตีนจะถูกย่อยในกระเพาะ โดยน้ำย่อยเพปซิน ซึ่งย่อยพันธะบางชนิดของเพปไทค์เท่านั้น ดังนั้นโปรตีนที่ถูกเพปซินย่อยส่วนใหญ่จึงเป็นพอลิเพปไทค์ที่สั้นลงส่วนเรนนินช่วยเปลี่ยนเคซีน (Casein) ซึ่งเป็นโปรตีนในน้ำนมแล้วรวมกับแคลเซียมทำให้มีลักษณะเป็นลิ่มๆจากนั้นจะถูกเพปซินย่อยต่อไปในกระเพาะอาหาร น้ำย่อยลิเพสไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากมีสภาพเป็นกรด โดยปกติอาหารจะอยู่ในกระเพาะอาหารนาน 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารนั้นๆ กระเพาะอาหารก็มีการดูดซึมอาหารบางชนิดได้ แต่ปริมาณน้อยมาก เช่น น้ำ แร่ธาตุ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว กระเพาะอาหารดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ดี อาหารโปรตีน เช่น เนื้อวัว ย่อยยากกว่าเนื้อปลา ในการปรุงอาหารเพื่อให้ย่อยง่าย อาจใช้การหมักหรือใส่สารบางอย่างลงไปในเนื้อสัตว์เหล่านั้น เช่น ยางมะละกอ หรือสับปะรด

ลำไส้เล็ก

ลำไส้เล็ก (Small Intestine) เป็นส่วนที่ยาวที่สุดของทางเดินอาหาร ต่อมาจากกระเพาะอาหาร มีความยาวประมาณ 7-8 เมตร ผนังด้านในของลำไส้เล็กมีลักษณะเป็นลอนตามขวาง มีส่วนยื่นเล็กๆมากมายเป็นตุ่ม เรียกว่า วิลลัส (Villus พหูพจน์เรียกว่า Villi) เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการดูดซึมสารอาหารที่ย่อยแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โครงสร้างของลำไส้เล็ก
ลำไส้เล็กของคนมีลักษณะคล้ายท่อขดไปมาอยู่ในช่องท้องแบ่งเป็น 3 ตอน คือ


ดูโอดีนัม (Duodenum) ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร มีรูปร่างเหมือนตัวยูคลุมอยู่รอบๆบริเวณส่วนหัวของตับอ่อน (Pancreas) ภายในดูโอดีนัมมีต่อมสร้างน้ำย่อยและเป็นตำแหน่งที่ของเหลวจากตับอ่อนและน้ำดีจากตับมาเปิดเข้า จึงเป็นตำแหน่งที่มีการย่อยเกิดขึ้นมากที่สุด

เจจูนัม (Jejunum) ยาวประมาณ 2 ใน 6 ของลำไส้เล็กหรือประมาณ 3-4 เมตร

ไอเลียม (Ileum) เป็นลำไส้เล็กส่วนสุดท้ายปลายสุดของไอเลียมต่อกับลำไส้ใหญ่

บริเวณลำไส้ตอนต้น (Duodenum) จะมีน้ำย่อยจากสามแหล่งมาผสมกับไคม์Chyme = อาหารที่คลุกเคล้ากับน้ำย่อยและถูกย่อยไปบางส่วน มีลักษณะคล้ายซุปข้นๆ) ได้แก่น้ำย่อยจากผนังลำไส้เล็ก (Intestinal Juice)น้ำย่อยจากตับอ่อน (Pancreatic Juice)น้ำดี (Bile) จากตับ (Liver) (ซึ่งนำมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี

น้ำย่อยของลำไส้เล็ก
น้ำย่อยของลำไส้เล็ก (Intestinal Juices) เป็นเอนไซม์ที่สร้างมาจากผนังของลำไส้เล็กเอง ประกอบด้วยเอนไซม์หลายชนิด ดังนี้
ไดเปปดิเดส (Dipeptidase) ย่อยDipeptide ได้ Amino Acid

มอลเทส (Maltase) ย่อย Maltose ได้ Glucose + Glucese
ซูเครส (Sucraes) ย่อย Sucrose ได้Glucose + Fructise
แลกเตส (Lactaes) ย่อย Lactose ได้Glucose + Galactose
ไลเปส (Lipaes) ย่อย Fat ได้Fatty Acid + Glycerol

นอกจากนี้ยังมีเอนไซม์อีกหลายชนิดที่ช่วยย่อยสลายเปปไตด์ (Peptide)จนได้ Amino Acid เช่น Carboxypeptidase และ Aminopeptidase

การควบคุมการหลั่งน้ำย่อยของลำไส้เล็ก
ลำไส้เล็ก จะหลั่งน้ำย่อยออกมาอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติ (ANS = Automatic Nervous System) ชนิด Parasympathetic Nerve หรือเป็นประสาทสมองคู่ที่ 10 (Vagus Nerve)

น้ำย่อยของตับอ่อน
น้ำย่อยของตับอ่อน (Pancreatic Juice) เป็นเอนไซม์ที่สร้างมาจากตับอ่อน (Pancreas)

การดูดซึมอาหารในลำไส้เล็ก
การดูดซึมอาหาร หมายถึง ขบวนการที่นำอาหารที่ผ่านการย่อยจนได้เป็นสารโมเลกุลเดี่ยว เช่น กลูโคส กรดอะมิโน กรดไขมัน กลีเซอรอล ผ่านผนังทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อนำไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย

ลำไส้เล็ก เป็นบริเวณที่ดูดซึมอาหารเกลืบทั้งหมดเพาะเป็นบริเวณที่มีการย่อยอาหารเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ และโครงสร้างภายในลำไส้เล็กก็เหมาะแก่การดูดซึม คือ ผนังลำไส้เล็กจะย่อยพับไปมา และมีส่วนยื่นของกลุ่มของเซลล์ที่เรียงตัวเป็นแถวเดียวมีลักษณะคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า วิลลัส (Villus) เป็นจำนวนมาก ในแต่ละเซลล์ของวิลลัสยังมีส่วนยื่นของเยื่อหุ้มเซลล์ออกไปอีกมากมาย เรียกว่า ไมโครวิลลัส (Microvillus) ในคน มีวิลลัสประมาณ 20-40 อันต่อพื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตรหรือประมาณ 5 ล้านอัน ตลอดผนังลำไส้ทั้งหมด

- ทริพซิโนเจน (Trypsinogen) (เมื่อเกิดใหม่ๆ ยังเป็นเอนไซม์ที่ย่อยอาหารไม่ได้ แต่เมื่อผ่านถึงลำไส้เล็กตอนต้น จะเปลี่ยนสภาพเป็น Trypsin โดยอาศัยเอนไซม์ Enterokinase จากผนังลำไส้เล็กช่วย เอนไซม์ Trypsin จะย่อย Protein และ Polypeptide Peptide (Trypsin ย่อยโปรตีนต่อจาก Pepsin ซึ่งหมดหน้าที่เมื่ออาหารมีสภาพเป็นเบส เพราะ Pepsin ทำหน้าที่ได้ดีในสภาวะที่เป็นกรดสูง)
- ไคโมทริพซิน (Chymotrypsin) ย่อย Polypeptide (ต่อจาก Trypsin )
- คาร์บอกซีเปปติเดส (Carboxypeptidase) ย่อย Peptide ได้ Amino Acid

น้ำดี
น้ำดี (Bile) สร้างจากตับ (Liver) แล้วถูกนำไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (Gall Bladder) ไม่ถือว่าเป็นเอนไซม์ เพราะจะเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุดลงแล้ว (น้ำดีไม่มีน้ำย่อย) มีส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ
- เกลือน้ำดี (Bile Salt) มีหน้าที่ตีให้ไขมัน (Fat) แตกตัวเป็นหยดเล็กๆ ไขมันที่ถูกตีให้แตกตัวเป็นหยดเล็กๆ เรียกว่า อีมัลชั่น (Emulsion) จากนั้นจึงถูก Lipase ย่อยต่อให้เป็นกรดไขมันและกลีเซอรอล

- รงควัตถุน้ำดี (Bile Pigment) เกิดจากการสลายตัวของฮีโมโกลลิน (Hemoglobin) โดยตับ เป็นแหล่งทำลายและกำจัด Hemoglobin ออกจากเซลล์ เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ โดยเก็บรวมเข้าไว้เป็นรงควัตถุในน้ำดี (Bile Pigment) คือ บิริรูบิน (Bilirubin) จึงทำให้น้ำดีมีสีเหลือหรือเขียวอ่อน และจะถูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล โดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่เกิดเป็นใสในอุจจาระ

- โคเรสเตอรอล (Cholesterol) ถ้ามีมากๆ จะทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี เกิดการอุดตันที่ท่อน้ำดี เกิดโรคดีซ่าน (Janudice) มีผลทำให้การย่อยอาหารประเภทไขมันบกพร่อง

ลำไส้ใหญ่


โคลอน (Colon) เป็นส่วนที่ยาวที่สุด แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ
โคลอนส่วนขึ้น
(AscendingColon) เป็นส่วนของโคลอนที่ยื่นตรงขึ้นไปเป็นแนวตั้งฉากทางด้านขวาของช่องท้อง ยาวประมาณ 20 เซนติเมตรโคลอนส่วนขวาง (Transverse Colon) เป็นส่วนที่วางพาดตามแนวขวางของช่องท้องยาวประมาณ 50 เซนติเมตร
โคลอนส่วนล่าง (Descending Colon) เป็นส่วนที่วิ่งตรงลงมาเป็นแนวตั้งฉากทางด้านซ้ายของช่องท้อง ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร

ไส้ตรง
ไส้ตรง
(Rectum) เป็นส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นท่อตรง ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ตรงปลายของไส้ตรงจะเป็น ทวารหนัก (Anus) โดยมีกล้ามเนื้อหูรูด 2 อัน ควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก กล้ามเนื้อหูรูดด้านใน ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ ไม่อยู่ใต้บังคับของจิตใจ ส่วนกล้ามเนื้อหูรูดด้านนอกอยู่ใต้บังคับของจิตใจ และสำคัญมากในการควบคุมการปิดเปิดของทวารหนัก

ทวารหนัก
ทวารหนัก
(Anus) ยาวประมาณ 2.5-3.5 Cm. เป็นส่วนสุดท้ายของลำไส้ใหญ่ ภายในประกอบด้วยกล้ามเนื้อหูรูด 2 แห่ง คือ หูรูดภายใน (Internal Sphincter) และหูรูดภายนอก (External Sphincter)

หน้าที่ของลำไส้ใหญ่
ดูดน้ำ วิตามินและเกลือแร่พวก Na+ และ K+ ออกจากกากอาหารเป็นหน้าที่สำคัญผนังด้านในมีต่อมสร้างน้ำเมือก แต่ไม่มีต่อมสร้างน้ำย่อยอาหารขับถ่ายกากอาหารออกสู่ภายนอก

สำไส้ใหญ่

มีความยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 ซีกัม (Caecum) เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ยาวประมาณ 6.3-7.5 เซนติเมตร มีไส้ติ่ง (Appendix) ยื่นออกมาขนาดราวนิ้วก้อย (ยาวประมาณ 3 นิ้ว) เหนือท้องน้อย ทางด้านขวา ไส้ติ่งถือว่าเป็นต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง ในสัตว์กินพืชจะมีขนาดยาว ทำหน้าที่ช่วยในการย่อยอาหารในคนไม่มีประโยชน์ ถ้าอักเสบต้องรีบผ่าตัดออกโดยเร็ว
หลังจากที่อาหารถูกเคี้ยวและผสมกับน้ำลายจนอ่อนนิ่มแล้วอาหารก็พร้อมที่จะถูกกลืนโดยลิ้นจนดันก้อนอาหาร (Bolus) ไปทางด้านหลังให้ลงสู่ช่องคอ ซึ่งจะมีผลให้เกิดรีเฟล็กซ์ (Reflex)



edit @ 2007/09/26 20:01:22

Comment

Comment:

Tweet


#186 by (68.68.77.36|68.68.77.36) At 2014-07-14 04:42,
#185 by มายจี (202.29.176.238|202.29.176.238) At 2014-06-20 09:07,
#184 by (94.23.161.51|178.63.0.194, 94.23.161.51) At 2014-06-18 18:08,
#183 by (80.227.12.90|80.227.12.90) At 2014-04-27 05:43,
#182 by (80.227.12.90|80.227.12.90) At 2014-04-27 05:39,
#181 by (103.242.125.3|178.63.0.194, 103.242.125.3) At 2014-04-26 14:15,
#180 by (103.242.125.3|178.63.0.194, 103.242.125.3) At 2014-04-26 14:11,
#179 by (46.165.197.74|46.165.197.74) At 2014-04-06 05:30,
#178 by (46.165.197.74|46.165.197.74) At 2014-04-05 12:39,
#177 by (96.127.158.50|96.127.158.50) At 2014-04-04 01:11,
I was suggested this blog by my cousin. I'm not sure whether this post is written by him as no one else know such detailed about my difficulty. You are wonderful! Thanks!
#176 by (176.122.224.56|96.127.158.50, 176.122.224.56) At 2014-04-03 01:37,
I really enjoy the blog article.Really looking forward to read more. Fantastic.
#175 by (115.238.166.170|115.238.166.170) At 2014-04-03 01:36,
Hey there, You have done a great job. I'll definitely digg it and personally recommend to
#174 by (190.248.131.214|96.127.158.50, 190.248.131.214) At 2014-04-03 01:35,
I have learn some good stuff here. Certainly price bookmarking for revisiting.
#173 by (37.236.167.250|37.236.167.250) At 2014-04-03 01:35,
Really wonderful information can be found on web blog.
#172 by (109.175.6.192|96.127.158.50, 109.175.6.192) At 2014-04-03 01:34,
I'm hunting for web sites that contain fantastic recommendations on what's in fashion and just what top rated makeup products is..
#171 by (190.7.157.90|96.127.158.50, 190.7.157.90) At 2014-04-03 01:34,
Im grateful for the blog article.Much thanks again. Cool.
#170 by (212.68.44.137|96.127.158.50, 212.68.44.137) At 2014-04-03 01:34,
It is really a nice and helpful piece of info. Im glad that you shared this helpful information with us. Please keep us up to date like this. Thanks for sharing.
#169 by (190.0.17.202|96.127.158.50, 190.0.17.202) At 2014-04-03 01:34,
#168 by (96.127.158.50|96.127.158.50) At 2014-04-03 01:34,
#167 by (96.127.158.50|96.127.158.50) At 2014-04-02 08:23,
Hello!
cialis , viagra , viagra , viagra , viagra ,
#166 by (96.127.158.50|96.127.158.50) At 2014-04-02 01:08,
#165 by (96.127.158.50|96.127.158.50) At 2014-04-01 15:21,
#164 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-20 16:14,
#163 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-18 18:07,
#162 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-14 17:59,
#161 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-13 19:18,
#160 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-10 22:08,
Hello!
viagra , cialis ,
#159 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-03-05 21:53,
#158 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-28 21:39,
#157 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-26 23:20,
#156 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-24 23:50,
Hello! dceeakk interesting dceeakk site! I'm really like it! Very, very dceeakk good!
#155 by (192.158.12.29|192.158.12.29) At 2014-02-24 23:34,
Hello! decbebd interesting decbebd site! I'm really like it! Very, very decbebd good!
#154 by (65.255.81.81|65.255.81.81) At 2014-02-24 23:33,
Very nice site!
#153 by (89.212.78.72|89.212.78.72) At 2014-02-24 23:33,
Very nice site! cheap cialis http://yieopxa1.com/yxyayox/4.html
#152 by (176.31.8.1|176.31.8.1) At 2014-02-24 23:33,
Very nice site! cheap cialis
#151 by (91.232.96.74|91.232.96.74) At 2014-02-24 23:32,
Very nice site! <a href="http://yieopxa1.com/yxyayox/1.html">cheap viagra</a>
#150 by (95.6.58.77|95.6.58.77) At 2014-02-24 23:31,
Hello! badgddd interesting badgddd site! I'm really like it! Very, very badgddd good!
#149 by (147.99.108.54|147.99.108.54) At 2014-02-24 23:30,
Hello!
viagra pills , cialis ,
#148 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-21 21:09,
#147 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-19 19:55,
#146 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-12 21:29,
#145 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-12 20:07,
#144 by (95.211.195.146|95.211.195.146) At 2014-02-11 21:25,
#143 by (49.212.213.47|49.212.213.47) At 2014-02-11 20:08,
Very nice site! cheap cialis http://oixapey1.com/aqsqqr/4.html
#142 by (37.59.51.48|37.59.51.48) At 2014-02-11 20:05,
Very nice site! cheap cialis
#141 by (62.38.246.81|62.38.246.81) At 2014-02-11 20:05,
Very nice site! <a href="http://oixapey1.com/aqsqqr/1.html">cheap viagra</a>
#140 by (95.80.81.46|95.80.81.46) At 2014-02-11 20:03,
Hello! kgbddbb interesting kgbddbb site! I'm really like it! Very, very kgbddbb good!
#139 by (54.193.53.55|54.193.53.55) At 2014-02-11 20:03,
Very nice site!
#138 by (89.66.91.44|89.66.91.44) At 2014-02-11 20:02,
Very nice site! <a href="http://oixapey1.com/aqsqqr/1.html">cheap viagra</a>
#137 by (76.75.95.50|76.75.95.50) At 2014-02-11 20:01,